บัวสาย ประโยชน์มากล้น ปรุงเป็นอาหารก็ได้ ใช้เป็นยาก็ดี

บัวสาย ชื่อสามัญ Lotus stem, Water lily, Red indian water lily ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea pubescens Willd. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Nymphaea lotus var. pubescens (Willd.) Hook. f. & Thomson)จัดอยู่ในวงศ์บัวสาย (NYMPHAEACEAE)

สมุนไพรบัวสาย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า บัวสายกิน, บัวกินสาย, สายบัว, บัวขม, บัวขี้แพะ, บัวแดง, บัวสายสีชมพู, บัวจงกลนี, จงกลนี, สัตตบรรณ, สัตตบุษย์, ปริก, ป้าน, ป้านแดง, รัตอุบล, เศวตอุบล และยังมีชื่อเรียกต่างกันไปตามสีของดอก โดยดอกสีชมพูจะเรียก ลินจง หากเป็นดอกสีขาวจะเรียก กมุท กุมุท โกมุท เศวตอุบล และถ้าดอกเป็นสีม่วงแดงจะเรียกว่า สัตตบรรณ รัตนอุบล

ลักษณะทั่วไปของบัวสาย

ต้น ไม้โผล่เหนือน้ำ อายุหลายปี จัดอยู่ในกลุ่มอุบลชาติ ลำต้นมีทั้งที่เป็นเหง้าสั้นๆ อยู่ใต้ดิน คล้ายหัวเผือก

ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่ค่อนช้างกลม ขนาด 25-30 เซนติเมตร ฐานใบหยักเว้าลึก ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยใหญ่ หูใบเปิด ผิวใบด้านบนเรียบเป็นมันใบอ่อนสีแดงเลือดหมู ใบแก่มีสีเขียว ผิวใบด้านล่างถ้าเป็นใบอ่อนสีม่วง ใบแก่มีสีน้ำตาลมีขนนุ่มๆ เส้นใบใหญ่นูน ก้านใบสีน้ำตาล ยาวเท่าระดับน้ำที่ส่งแผ่นใบขึ้นมาลอยเรียงเป็นวงที่ผิวน้ำ

ดอก สีม่วงแดง ชมพู ชาว ออกเป็นดอกเดี่ยวจากเหง้า ก้านดอกสีน้ำตาลอวบกลมส่งดอกขึ้นลอยที่ผิวน้ำ กลีบเลี้ยง 4 กลีบ สีเขียวเหลือบน้ำตาลแดง ดอกรูปครึ่งวงกลมถึงค่อนข้างกลม กลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนกันหลายชั้น เกสรเพศผู้สีเหลืองหรือสีตามกลีบดอกจำนวนมาก ลักษณะเป็นแผ่นแบน มีอับเรณูเป็นร่องขนานตามความยาว รังไข่ขนาดใหญ่ติดกับชั้นของกลีบดอก เกสรเพศเมียติดกับรังไข่ด้านบนตามแนวรัศมี ก้านดอกสีน้ำตาล ดอกบานช่วงใกล้ค่ำถึงตอนสายของวันรุ่งขึ้น ดอกบานเต็มที่กว้าง 15-20 เซนติเมตรมีหลายพันธุ์มีชื่อเรียกต่างกันไปตามสีของดอก

สรรพคุณของบัวสาย

1. ช่วยบำรุงร่างกาย (หัว)

2. ช่วยบำรุงกำลัง (ดอก,เมล็ด)

3. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (หัว,เมล็ด)

4. ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น (ดอก,หัว)

5. ในประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้รักษาโกโนเลีย แต่ไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้ไว้ ด้วยการนำมาถูที่หน้า จะช่วยทำให้ง่วงนอน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

6. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (สายบัว)

7. บัวสาย สรรพคุณของดอกช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ดอก)

8. ช่วยแก้อาการร้อนใน (ดอก)

9. ก้านบัวสายมีรสจืดและเย็น มีสรรพคุณช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย (ก้านบัว)

10. สายบัวมีเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งในลำไส้ (สายบัว)

11. ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี (ดอก,หัว,เมล็ด)

12. บัวขม จัดอยู่ใน “ตำรับยาพิกัดบัวพิเศษ” อันประกอบไปด้วยบัวขม บัวเผื่อน บัวหลวงขาว บัวหลวงแดง บัวสัตตบงกชขาว และบัวสัตตบงกชแดง ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้อันเกิดเพื่อธาตุทั้งสี่ แก้ไข้ตัวร้อน แก้เสมหะ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้ลม และโลหิต ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

13. ดอกบัวขมจัดอยู่ใน “ตำรับยาหอมเทพจิตร” โดยมีดอกบัวขมและสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิดในตำรับ ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมกองละเอียด (อาการหน้ามืดตาลาย สวิงสวาย) แก้อาการใจสั่น และช่วยบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น (ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้อารมณ์แจ่มใส สบายใจ หรือสุขใจ) (ดอก)

ประโยชน์ของบัวสาย

1. ก้านดอกและไหลใช้รับประทานได้ โดยนำก้านดอกหรือใบมาลอกผิวหรือเปลือกที่หุ้มอยู่ออก แล้วเด็ดดอกและใบทิ้ง แล้วนำมาใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นอาหาร เช่น การทำแกง ผัด แกงส้ม แกงกะทิ ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ทำขนมได้อีกด้วย

2. บัวสายสามารถใช้วัดความลึกของระดับน้ำบริเวณนั้นได้ เนื่องจากความยาวของก้านใบและก้านดอกจะมีเท่ากับความลึกของแหล่งน้ำ

3. เด็กๆ ในชนบทมักชอบเด็ดสายบัวเป็นท่อนสั้นๆ ที่มีใยบัวติดกันอยู่ และใช้เป็นสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือได้

4. ก้านดอกของบัวสายสามารถนำมาสกัดย้อมสีเส้นไหมได้ โดยจะให้สีเทา

5. นอกจากจะใช้รับประทานเป็นผักแล้ว บัวสายยังใช้ปลูกเป็นไม้ประดับสระน้ำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบัวสายมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด มีขนาดและสีของดอกที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง และดูแลรักษาง่าย